
กันอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว
ใช้อุปกรณ์น้อยชิ้น วิธีการชงไม่ยุ่งยาก อาศัย
การไหลผ่านของน้ำร้อนผ่านผงกาแฟและตัวกรอง(Filter)
ที่นิยมกันส่วนใหญ่จะใช้ตัวกรองแบบกระดาษ(Paper Filter)
ทำให้สามารถชงกาแฟดื่มที่ไหนก็ได้เพียง
แค่มีถ้วยดริป แก้วกาแฟ น้ำร้อน ผงกาแฟและวิธีการชง
ที่ถูกต้อง รสชาติของกาแฟที่ได้จากวิธีการชง
แบบดริปหากเปรียบเทียบกับวิธีการชงแบบอื่น
จะค่อนข้างสะอาดและนุ่มนวลเพราะไม่มีผงกาแฟติดมา
จากตัวกรอง
อุปกรณ์ในการชงกาแฟแบบ Drip
1. ถ้วยดริป(Dripper)
2. กระดาษกรอง(Filter)
3. ผงกาแฟ(บดละเอียดปานกลาง)
4. แก้วกาแฟ(ขนาดประมาณ 7 ออนซ์)
5. น้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 90 องศาเซลเซียส หากเป็นน้ำต้มเดือดให้ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที
6. กาหรือเยือกสำหรับรินน้ำร้อน
วิธีการชงกาแฟแบบ Drip
1. กางกระดาษกรองออกแล้วใส่ไว้ในถ้วยดริป นำไปวางซ้อนบนถ้วยกาแฟ
2. รินน้ำร้อนผ่านกระดาษกรองให้เปียกเพื่อล้างกลิ่นของกระดาษกรองและเป็นการอุ่นถ้วยดริปกับแก้ว กาแฟแล้วเทน้ำทิ้ง
3. ตักผงแฟใส่ในถ้วยดริป ประมาณ 16 – 20 กรัม สำหรับกาแฟ 1 แก้ว (ประมาณ 2ช้อนโต๊ะ)
4. รินน้ำร้อนผ่านผงกาแฟ วนเป็นก้นหอยจากด้านข้างเข้าตรงกลางถ้วยกรองให้ผงกาแฟเปียกพอชุ่ม หยุดรินแล้วพักผงกาแฟไว้ประมาณ 20 วินาที ผงกาแฟจะพองตัวขึ้น
5. ค่อยๆรินน้ำร้อนช้า โดยรินวนเป็นก้นหอยแบบเดิม น้ำกาแฟจะค่อยๆไหลผ่านกระดาษกรองลงใน แก้วกาแฟ กาแฟหนึ่งแก้วจะใช้น้ำร้อนประมาณ 180 cc ระหว่างรอน้ำกาแฟหยดสามารถใช้ช้อนกาแฟ ช่วยคนผงกาแฟได้เพื่อให้น้ำกับผงกาแฟเข้ากันและไหลเร็วขึ้น
“เพียงแค่นี้คุณก็สารถดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟถ้วยพิเศษ ด้วย ฝีมือการชงของคุณเอง”